SPECIALLY.THT.IN

 

  
     สาเหตุ ที่ต้องรับประทาน     ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ! 
 

 

เมนู
ลิงก์เพื่อนบ้าน

    

  
     
  

 

  

  

      
 
 

  

 

  
สมุนไพรบำรุงสุขภาพสำหรับผู้ชาย...

  
                        

        
  
เบสท์รูม ชุดเครื่องนอน ชุดผ้าปูที่นอน

ร้านขายกระเป๋า ขายกระเป๋าแฟชั่นนำเข้า ราคาไม่แพง คุณภาพดี

      

 

 วันนี้ 205 คน
 เมื่อวาน 440 คน

 เดือนนี้ 

14114 คน

เริ่มเมื่อ 2005-09-09

https://www.facebook.com/hestiarth

ปัญหาของสตรีวัยทอง

ปัญหาของสตรีวัยหมดประจำเดือน หรือ ที่เรียกกันว่า “วัยทอง” มีหลายประการด้วยกัน หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี อาจทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงได้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.พ.ญ.มยุรี จิรภิญโญ หัวหน้าหน่วยสตรีวัยหมดประจำเดือน ภาควิชาสูติศาสตร์–นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ. รามาธิบดี บอกว่า อาการของสตรีใกล้หมดประจำเดือน จะมีอาการนำมาก่อนประมาณ 2-3 ปี เช่น มีอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ใจสั่นนอนไม่หลับ เริ่มเฉื่อยชา เบื่อหน่าย ซึ่งอาการ เหล่านี้จะปรากฏมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำงานของรังไข่ การ สร้างฮอร์โมนในร่างกายลดลง

เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน อาจมีภาวะต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ ภาวะที่เกิดขึ้นกับอวัยวะสืบพันธุ์ คือ ช่องคลอดแห้ง ปัสสาวะบ่อยขึ้น ปัสสาวะเล็ด กลั้นไม่อยู่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ง่าย เนื่องจากเยื่อบุต่าง ๆ บางลง ขณะเดียวกันผิวหนังจะแห้ง มีอาการคัน การทายา หรือครีมก็ไม่หาย และคนในวัยนี้ยังมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันและโรคหัวใจได้ง่าย

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงของกระดูก สืบเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง คือ กระดูกจะบางลง และมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุน เพียงแค่หกล้มเล็กน้อยอาจทำให้กระดูกหัก และเกิดภาวะทุพพลภาพได้ ในขณะที่หลายคนยมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อร่วมด้วย

เมื่อเกิดอาการต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา ถ้าเป็นเพียงเล็กน้อยคงไม่เดือดร้อนอะไร แต่ถ้าเป็นมาก ๆ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอาจต้องใช้ฮอร์โมนในการรักษา แต่การใช้ฮอร์โมนจะต้องมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน และต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ อย่างไรก็ตามคนไข้ส่วนหนึ่งก็มีความกลัวการใช้ฮอร์โมนว่าจะทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งปากมดลูกได้หรือไม่ ดังนั้นก่อนใช้ฮอร์โมนแพทย์จะอธิบายให้คนไข้ทราบอย่างละเอียด

 เมื่ออธิบายแล้วหลังจากนั้นก็อยู่ที่ความสมัครใจของคนไข้ว่าจะรักษาด้วยฮอร์โมน หรือไม่ ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ว่าต้องมีการให้ฮอร์โมน แพทย์จะให้ฮอร์โมนคนไข้จนอาการดีขึ้นแล้วก็หยุด ซึ่งเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ดังนั้นการที่คนไข้กลัวว่าจะเกิดโรคมะเร็งนั้นจึงไม่ควรกังวล เพราะจากงานวิจัยต่าง ๆ พบว่า การใช้ฮอร์โมนที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง คือ ใช้เกิน 5 ปีขึ้นไป ซึ่งมิได้หมายความ ว่าเมื่อใช้ฮอร์โมนเกิน 5 ปีแล้วคนไข้ทุกรายจะต้อง เป็นมะเร็ง

อีกทั้งก่อนการให้ฮอร์โมนแพทย์จะมีการ ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเต้านม ตรวจภาย ในอย่างละเอียดก่อน ในขณะที่บางแห่งอาจมีการเอกซเรย์เต้านมด้วย ก็จะเป็นการช่วยคัดกรองคนไข้ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับช่วงอายุที่เหมาะสมที่จะให้ฮอร์โมนอยู่ในช่วงอายุประมาณ 45-55 ปี ถ้าอายุมากกว่านี้จะต้องพิจารณาให้ดี

อย่างไรก็ตามการป้องกันที่ดีที่สุดของคนในวัยนี้ ควรรับประทานอาหารให้ครบหมู่ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน แป้ง ชา กาแฟ เพราะจะยิ่งทำให้กระดูกบาง แต่ควรทานนมโดยเฉพาะนมจืดพร่องมันเนย และเน้นอาหารจำพวกผัก ผลไม้ โปรตีน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
 



 

ช่วงเวลาวัยทอง

เมื่ออายุของคนเราตั้งแต่วัย 40 ปีขึ้นไปจะสั่งสมประสพการณ์มามาก มีความก้าวหน้าและความมั่นคงในหน้าที่การงานรวมทั้งสถานะทางครอบครัว เรียกได้ว่าประสพความสำเร็จในชีวิตจึงเรียกช่วงนี้ว่า “วัยทอง” หรืออาจเรียกว่าเป็นช่วงของวัยคุณภาพ วัยสร้างสรรค์ ซึ่งไม่ค่อยสอดคล้องกับสภาพร่างกายที่เริ่มจะถดถอยรวมทั้งภาวะพร่องที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพศลดน้อยลงส่งผลกระทบไปยังสภาพจิตใจ

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในคนวัยทอง

สตรีที่เริ่มเข้าวัยทองหรือเข้าวัยใกล้หมดประจำเดือนแบ่งได้เป็น 3 ช่วงด้วยกันคือ

ช่วงแรกหรือ premenopause เริ่มเมื่อย่างเข้าวัย 40 ปีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออาจขาดหายไปช่วงสั้น

ต่อมาเข้าช่วงกลางหรือ perimenopause เมื่อย่างเข้าวัย 45 ปีประจำเดือนจะยังมาไม่สม่ำเสมอและขาดหายไปเป็นช่วงนานขึ้น

และช่วงสุดท้ายหรือ menopause เมื่อถึงวัย 50 ปีประจำเดือนจะขาดหายไปอย่างถาวร

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายพบว่าในหญิงก่อนหมดประจำเดือนอย่างถาวร ระดับฮอร์โมนเพศเริ่มลดลงทำให้อารมณ์ทางเพศลดลงไปด้วย ร่วมกับปรากฏอาการเริ่มแรกคืออ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัวบ่อยครั้ง ไม่กระฉับกระเฉง กล้ามเนื้อลีบลง เหนื่อยง่าย ไม่กระฉับกระเฉง อาการทางระบบประสาท ที่แสดงออกคือมักขาดสมาธิในการทำงาน ลืมง่ายโดยเฉพาะความจำระยะสั้น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดและโมโหง่าย ซึมเศร้า นอนไม่หลับ สำหรับอาการทางระบบไหลเวียนโลหิตมักรู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกาย เหงื่อออกในตอนกลางคืน ร่างกายสะสมไขมันในรูปของไตรกลีเซอร์ไรด์เพิ่มขึ้นทำให้โอกาสที่จะเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันหรือโรคหัวใจมากขึ้น กระดูกบางลงตามอายุทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลงเข้าสู่สภาวะกระดูกพรุนได้ง่าย โดยมักปรากฎอาการปวดหลังเป็นระยะ กระดูกสันหลังคดและหลังโกงง่าย ความรุนแรงของอาการวัยทองเหล่านี้จะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น วิถีการดำเนินชีวิต พฤติกรรมการรับประทาน ประเภทของอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ

สำหรับผู้ชายวัยทองมักไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็นชัดเจน เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายลดลงอย่างช้าๆ ไม่รวดเร็วเหมือนอย่างผู้หญิง แต่ในรายที่ฮอร์โมนเพศชายลดลงอย่างรวดเร็ว ก็จะแสดงอาการคล้ายคลึงกับที่เกิดในผู้หญิงวัยทองทุกอย่าง


การบำบัดอาการที่เกิดในช่วงวัยทอง

การดูแลรักษาสุขภาพของตนเองเป็นประจำเป็น สิ่งที่พึงยึดปฏิบัติโดยการได้รับอาหารครบทุกหมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับวัยเพื่อทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น คบค้าสมาคมกับเพื่อนฝูง ฝึกสมาธิเพื่อทำให้จิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์และวิถีธรรมชาติ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงในช่วงวัยทอง ถ้าเจ็บป่วยก็ต้องพยายามให้หายจากโรคโดยเร็วที่สุด ความรุนแรงของอาการวัยทองมักเกิดกับรายที่ไม่ได้ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง จนเป็นสาเหตุที่ต้องไปพบแพทย์ บางรายแพทย์อาจตัดสินใจเลือกให้ฮอร์โมนทดแทน เนื่องจากไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือทนต่ออาการทรมานของโรคกระดูกพรุนจนปฏิบัติภาระกิจประจำวันไม่ค่อยได้ ฮอร์โมนทดแทนสำหรับสตรีมักอยู่ในรูปของเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนผสมระหว่างเอสโตรนและเอสตราไดออล ยังช่วยบรรเทาอาการไม่ปกติเกี่ยวกับประจำเดือน ช่วยลดภาวะช่องคลอดแห้ง เต้านมขยายใหญ่ขึ้น             

เอสโตรเจนยังช่วยยับยั้งการทำลายของเนื้อกระดูก และเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียม จึงช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกรวมทั้งบริเวณบั้นเอวและรักษาโครงสร้างของกระดูก ลดอัตราการเกิดโรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุนลงได้ เอสโตรเจนยังซึมผ่านจากผนังหลอดเลือดไปยังสมองได้ดีไปมีผลต่อจิตใจช่วยผ่อนคลายความกังวล หายหงุดหงิด ลดอาการซึมเศร้า

ห้ามใช้เอสโตรเจนในคนที่มีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับตับ หรือมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งเยื่อบุมดลูก หรือในภาวะมีเลือดออกทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีประวัติเกิดอุบัติเหตุเลือดคั่งในสมองหรือปวดศีรษะไมเกรน หรือเมื่อสงสัยว่าตั้งครรภ์ นอกจากนี้การให้ฮอร์โมนทดแทนในรูปของเอสโตรเจน มักพบปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเยื่อบุมดลูก และถ้าเอสโตรเจนถูกมาใช้ผิดประเภท เช่น ใช้ในผู้ชายเป็นประจำจะเป็นผลให้หน้าอกโตขึ้น แสดงพฤติกรรมหรืออารมณ์ไปทางเพศหญิง กล่าวคือแสดงลักษณะคล้ายผู้หญิงทั้งสภาพร่างกายภายนอกและจิตใจมากขึ้น

การใช้ฮอร์โมนทดแทนในผู้ชายวัยทอง จะเสริมด้วยฮอร์โมนเพศชายในรูปของเทสโตสเตอโรน เพื่อบรรเทาอาการอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดโมโหง่าย ซึมเศร้า สมรรถภาพทางเพศลดลง หรือเริ่มมีภาวะกระดูกพรุน ยังให้ฮอร์โมนชายในรายที่ถูกตัดอัณฑะ ห้ามใช้ในรายที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือในเด็กเพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดเจริญของกระดูกหรือการพัฒนาทางเพศก่อนเข้าสู่วัยหนุ่ม

ฮอร์โมนทดแทนกับโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง

ประโยชน์ทั่วไปของฮอร์โมนเพศในรูปของเอสโตรเจนนอกจากใช้เป็นยาคุมกำเนิดแล้ว ยังนำมารักษาอาการปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ เลื่อนกำหนดวันมีประจำเดือน ระงับการหลั่งน้ำนมในสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ๆ ช่วยรักษาสิวหรือภาวะขนขึ้นมากผิดปกติตามร่างกาย บำบัดอาการในสตรีก่อนถึงวัยหมดประจำเดือนในรูปของฮอร์โมนทดแทน หรือในรูปของยาคุมกำเนิด เพราะช่วงนี้ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้เช่นกัน มักพบอุบัติการเกิดโรคมะเร็งในสตรีที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งมดลูก สาเหตุอาจเป็นเพราะเอสโตรเจนเป็นสารร่วมก่อมะเร็ง (cocarcinogen) โดยไปรบกวนสมดุลย์ของการทำงานของสารพันธุกรรมสองชนิดด้วยกัน คือสารพันธุกรรมที่ก่อมะเร็ง และสารพันธุกรรมที่ยับยั้งการเกิดมะเร็ง (oncogene vs tumor suppressor gene)                                                            

ดังนั้นการใช้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อบรรเทาอาการไม่ปกติที่เกิดในช่วงวัยทอง จำเป็นต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อที่จะได้ทำการซักประวัติครอบครัว หรืออุปนิสัยที่มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง พฤติกรรมการกินรวมทั้งการดื่มเหล้าและใช้สารเสพติด ในระหว่างการบำบัด หรือได้รับฮอร์โมนทดแทน แพทย์จะคอยเฝ้าระวังสังเกตุและตรวจร่างกายเป็นระยะ เช่น ตรวจเต้านม หรือตรวจภายในผู้หญิง หรือตรวจต่อมลูกหมากในผู้ชาย หรือตรวจความหนาแน่นของกระดูก เป็นต้น


อาหาร สำหรับคนวัยทอง             

นักโภชนาการ ได้ทำการศึกษาเรื่องหมู่อาหารหลัก สำหรับคนวัยทองในบรรดาห้าหมู่พื้นฐานนั้น พบว่าควรเน้นอาหารไขมันต่ำแต่สูงด้วยโปรตีนและเยื่ออาหาร ในรูปผักผลไม้ ซึ่งมีส่วนประกอบของวิตามินอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว วัตถุประสงค์ที่คนวัยทองบริโภควิตามินมักมุ่งเน้นเพื่อชะลอความแก่ ป้องกันผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนวัย โดยวิตามินซีในผลไม้รสเปรี้ยว ทำหน้าที่ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ ที่คอยทำลายเซลล์ผิวหนังทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นช้าลง นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน วิตามินอีในอาหารที่มีไขมันสูง เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันงา น้ำมันรำ น้ำมันข้าวโพด เข้าใจกันว่าวิตามินอีออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ บทบาทของวิตามินดีจากแสงแดดพบว่าจะไปเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียมในร่างกายโดยไปกระตุ้นให้แคลเซียมรวมตัวกับโปรตีนในอาหารภายในทางเดินอาหารให้กลายเป็นชีวแคลเซียม หรือเพิ่มการดูดซึมชีวแคลเซียมผ่านผนังลำไส้เล็กเข้าในกระแสเลือด หรือช่วยนำส่งชีวแคลเซียมในเลือดไปยังกระดูกเพื่อใช้สร้างเนื้อกระดูก

แคลเซียม

ตามธรรมชาติร่างกายต้องการแคลเซียม เพื่อใช้ในการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท หรือการแข็งตัวของเกล็ดเลือด เป็นต้น โดยพยายามรักษาระดับแคลเซียมในเลือดให้คงที่ประมาณ 1% โดยที่เหลือประมาณ 99% สะสมอยู่ที่กระดูกและฟัน ปริมาณความต้องการแคลเซียมจะสูงขึ้นตามวัยเช่นเด็กต้องการวันละ 400-800 มิลลิกรัม ผู้ใหญ่ต้องการวันละ 1000 มิลลิกรัมและเมื่อย่างเข้าวัยทองต้องการเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1500 มิลลิกรัม เนื่องจากเมื่อร่างกายย่างเข้าช่วงวัยทอง เริ่มมีการสึกหรอไม่เอื้ออำนวยต่อการดูดซึมแคลเซียมผ่านผนังลำไส้เล็ก ทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดลดลง ร่างกายจึงต้องปรับสมดุลย์โดยการดึงแคลเซียมจากกระดูกเข้าสู่เลือดเพื่อรักษาระดับแคลเซียมในเลือดให้คงที่ ถ้าระดับแคลเซียมในเลือดต่ำ มักแสดงอาการ ดังนี้ คือระบบประสาททำงานไวกว่าปกติ แสดงอาการวูบวาบเสียวแปลบตามตัว กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ถ้าระดับแคลเซียมต่ำอยู่อย่างเรื้อรังผลลัพธ์ที่ตามมา คือทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลง กระดูกโปร่งบางปรากฏอาการปวดหลังปวดข้อบ่อยครั้ง แม้จะเพียงบิดตัวหรือยกของผิดอิริยาบทเล็กน้อย อาการเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างช้าๆ จนอายุย่างเข้าวัย 50 ปีจะแสดงอาการของโรคกระดูกพรุนให้เห็นชัด เช่น แสดงอาการปวดหลังอย่างรุนแรง กระดูกหรือฟันเปราะหรือหักได้ง่ายแม้กระแทกเพียงเล็กน้อย ส่วนสูงลดลงหลังเริ่มโกงหรืององุ้ม

วิธีการป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน คือ รับประทานอาหารให้ครบหมู่ และมีจำนวนแคลเซียมเพียงพอกับวัย ได้รับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าหรือยามเย็นเพื่อกระตุ้นให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดี เพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ออกกำลังกายเหมาะกับวัย หรือบริหารร่างกายทุกวันเช่น นอนหงายโดยมีหมอนหนุนใต้โคนขา นอนตะแคงต้องมีหมอนหนุนระหว่างขา เมื่อลุกจากที่นอนค่อยๆ ตะแคงขึ้นจากเตียง หลีกเลี่ยงลุกขึ้นจากท่านอนหงาย นั่งชิดพนักพิงหลังพิงพนักเต็มที่ ก้มยกของโดยย่อตัวลงแทนการก้มหลัง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น เหล้า บุหรี่ กาแฟ หลักการสำคัญของการรับประทานแคลเซียมในช่วงวัยทอง จะต้องคำนึงถึงการเสื่อมของระบบการดูดซึมสารอาหาร และการที่แคลเซียมจะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ได้ดี ถ้าอยู่ร่วมกับสารอาหารอื่นในรูปของชีวแคลเซียม เช่น แคลเซียมในน้ำนมจะอยู่ร่วมกับโปรตีน a-lactalbumin ทำให้ถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ได้เป็นอย่างดี อุปสรรคของการดื่มนมในรายที่ขาดเอนไซม์แลคเตส เพื่อย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมทำให้เกิดอาการท้องเสีย ปวดท้อง ท้องอืด หรือการดื่มนมอาจไปเพิ่มปัญหาอื่น เช่นโรคอ้วน ปัญหาการสะสมไขมันในรูปของไตรกลีเซอร์ไรด์ โคเลสเตอรอลในเลือดสูง แนะนำให้หันมาดื่มนมพร่องมันเนยแทน แหล่งของแคลเซียมไม่จำเป็นต้องมาจากนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม เช่นไอศกรีม นมเปรี้ยว เนย เพียงแหล่งเดียว ยังได้จากผลิตภัณฑ์อาหารอย่างอื่น เช่น กุ้งหรือปลาฝอยตัวเล็กๆ ปลาไส้ตัน หรือปลาอื่นที่รับประทานได้ทั้งกระดูก ผักใบเขียวเช่นผักคะน้า ผักกะหล่ำใบเขียว นอกจากนี้ยังพบในเต้าหู้ ถั่วลันเตา ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่นกกระทา ถึงแม้ปริมาณแคลเซียมในอาหารเหล่านี้จะน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับในนม แต่ถ้ารับประทานเป็นประจำทุกวันวันละสามมื้อก็จะได้สัดส่วนในปริมาณเกือบใกล้เคียงกัน

ปัจจัยที่ไปเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย นอกจากโปรตีนที่อยู่ในเนื้อสัตว์แล้ว ยังได้แก่ วิตามินดีจากอาหารหรือแสงแดด หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน ดังจะเห็นได้ว่าความต้องการแคลเซียม ในรายที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนจะลดลงเหลือเพียง 1000 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับปัจจัยที่ไปลดการดูดซึมแคลเซียมลงนอกจากอายุแล้ว ยังได้แก่โรคประจำตัวที่เกี่ยวกับลำไส้ ตับไต ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ เป็นต้น แคลเซียมอิสระที่มากเกินไป ในทางเดินอาหารจะไม่ถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ แต่จะถูกขับถ่ายออกทางอุจจาระ อาจทำให้ท้องผูก ยังไม่ถึงขนาดทำให้เกิดโรคกระดูกงอก ซึ่งเป็นการงอกที่ข้อกระดูกไขสันหลัง สาเหตุมักมาจากการทำงานหนัก เช่น ยกแบกของหนักเป็นประจำ ออกกำลังหรือเล่นกีฬามาก อุบัติเหตุ เป็นต้น

อาหารเสริม

วิถีการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในสังคมเมืองใหญ่ที่ต้องรีบเร่งแข่งขันกับเวลา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหรือการทำงานที่ต้องแก่งแย่งจนไม่มีเวลาที่จะดูแลสุขภาพของตนเอง เมื่อถึงคราวต้องรับประทานอาหาร ก็ต้องทำเพื่อประทังความหิวหรือรับประทานแต่พออิ่ม โดยไม่คำนึงถึงหลักโภชนาการที่ถูกต้อง ประกอบกับภาวะเครียดจากการงานหรือปัญหาครอบครัว ละเลยในเรื่องออกกำลังกายหรือพักผ่อนไม่เต็มที่เพื่อหารายได้ให้ครอบครัว จึงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บเมื่อสูงวัยหรือแก่ก่อนวัย สำหรับรายที่ยังห่วงใยในสุขภาพของตนเองแต่เวลาไม่เอื้ออำนวยจึงหันมาบริโภคอาหารเสริมสำเร็จรูปแทน เพราะพกติดตัวได้สะดวก รับประทานง่าย ประหยัดเวลา  พึงระลึกไว้เสมอว่าอาหารเสริมเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่รับประทานเพื่อเสริมการรับประทานอาหารหลัก ปกติทุกวันอาจอยู่ในรูปของเม็ด แคปซูล ของเหลว หรือลักษณะอื่นที่ใช้รับประทานโดยมีจุดมุ่งหมายส่งเสริมสุขภาพของคนปกติ ไม่ใช่มุ่งหวังเพื่อการรักษาผู้ป่วย ตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่วางจำหน่ายในท้องตลาด เช่น น้ำมันปลา ซุปไก่สกัด เป็นต้น


สมุนไพรของคนวัยทอง

แป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba Linn.)

ตามตำราสมุนไพรจีนกล่าวว่าใบแป๊ะก๊วยมีประโยชน์ต่อสมอง ได้มีการจำหน่าย สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยในหลายประเทศเช่นประเทศเยอรมนีเพื่อเพิ่มความจำ หรือในประเทศฝรั่งเศสใช้สำหรับกรณีสมาธิสั้น การศึกษาวิจัยใบแป๊ะก๊วยพบว่าองค์ประกอบทางเคมี 2 กลุ่มใหญ่ด้วยกันคือกลุ่มฟลาโวนอยด์และไดเทอร์พีนอยด์ ที่แสดงสรรพคุณทางยาโดยไปขยายหลอดเลือดในสมอง ทำให้ลำเลียงอาหารเข้าสู่สมองเพิ่มขึ้น จึงไปเพิ่มการทำงานของสมองและเพิ่มพูนสมรรถนะความจำระยะสั้น หรืออาจออกฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระที่จะทำความเสียหายกับเยื่อหุ้มเซลล์หรือป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือดทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองหรือส่วนอื่นของร่างกายได้ดีขึ้น เนื่องจากสารสำคัญในใบแป๊ะก๊วยที่แสดงสรรพคุณทางยานั้นละลายน้ำได้ทำให้การดูดซึมผ่านผนังลำไส้ไม่ค่อยดี จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีนำสารสกัดจากสมุนไพรมารวมกับสารจำพวกไขมัน (เช่น phosphatidylcholine) ทำให้สมุนไพรถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้และนำส่งยาในร่างกายได้ดีขึ้น ได้มีรายงานเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์จากการบริโภคผลิตภัณฑ์นี้ในต่างประเทศเช่นพบภาวะเลือดไหลไม่หยุดในคนชรา สาเหตุอาจมาจากสารสำคัญกลุ่มไดเทอร์พีนอยด์ที่ไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด บางรายมีอาการปวดข้อและข้อบวม บางรายแสดงอาการปวดศีรษะเป็นต้น ในประเทศไทยหากผู้ใดพบรายงานอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการบริโภคแป๊ะก๊วยกรุณารายงานไปยังศูนย์ติดตามอาการอันไม่พึงประสงค์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ขี้เหล็ก

ในวัยนี้การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมากเพราะการสั่งสมประสพการณ์รวมทั้งปัญหาเรื่องงานหรือครอบครัวจะเป็นบ่อเกิดของความเครียดและเป็นสาเหตุหลักทำให้นอนไม่หลับหรือตื่นในกลางดึกแล้วหลับยากหรือหลับเพราะความเหนื่อยล้าแต่จิตใต้สำนึกยังไม่ละทิ้งจากปัญหาการงานหรือครอบครัว จึงยังรู้สึกอ่อนเพลียหรือหงุดหงิดเมื่อตื่นขึ้นมา กลยุทธ์ที่จะทำให้หลับได้นานและหลับได้สนิทซึ่งจะเป็นการหลับอย่างมีคุณภาพต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ออกกำลังกายที่เหมาะกับวัยหรือบริหารร่างกายสม่ำเสมอ ก่อนนอนไม่ควรดื่มกาแฟหรือรับประทานอาหารมากเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับเพราะจะมีผลเสียในระยะยาวถ้าใช้เป็นเวลานานติดต่อกัน สมุนไพรในบ้านเราที่มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับได้แก่ใบและดอกขี้เหล็กที่รับประทานเป็นอาหารพื้นบ้านที่รู้จักกันว่าแกงขี้เหล็ก ปัจจุบันจะเห็นว่าถูกบรรจุเป็นแคปซูลจำหน่ายในท้องตลาด เคยได้รับข้อมูลว่าการทำงานของตับลดลงในบางรายที่รับประทานเป็นเวลานานและเป็นประจำ กล้วยมีสารสำคัญจำพวกไทรามีนที่ใช้ในการสร้างสารสื่อประสาทเซโรโทนินทำให้นอนหลับได้ดี

เอสโตรเจนจากพืช (Phytoestrogen)

สารที่อออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนสกัดได้จากพืชแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่คือ กลุ่มฟลาโวนอยด์ พบในถั่วเหลือง ถั่วงอก หรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปเช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง กลุ่มลิกแนน พบในเมล็ดพืชเช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดข้าว หรือในผักผลไม้เช่นกระเทียม แครอท แอปเปิล เชอรี่ hops (ใช้ทำเบียร์) เนื่องจากสารทั้งสองกลุ่มออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนค่อนข้างอ่อน ดังนั้นผลการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการวัยทองไม่ว่าด้านอารมณ์ หรือระบบสืบพันธุ์ หรือผลต่อโรคหลอดเลือดอุดตัน หรือโรคกระดูกพรุน จึงไม่ค่อยชัดเจนมีทั้งข้อสนับสนุนและข้อขัดแย้ง

ที่มา : ภญ.รศ.ดร.ดวงเดือน   เมฆสุริเยนทร์


หญิงวัยทอง กับ ความต้องการทางเพศ

หญิงวัย 43 ปี มีความต้องการทางเพศสูงและบ่อยครั้ง เป็นคนที่มีประสาทความรู้สึกไว คือ ถึงจุดสุดยอดได้ไวมาก เป็นผลดี คือ ตัวเองมีความรักและสามีก็มีความมั่นใจพอใจมาก ผลรับจะกลับกันทันที ถ้าผู้ชายเป็นประเภทที่เรียกว่า นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ คือ หลั่งไวและพอถึงจุดสุดยอดแล้วก็จะอ่อนตัวทันที โอกาสจะแข็งตัวได้อีกจะยากตามอายุที่มากขึ้น ทำให้ฝ่ายหญิงขาดความสุข ชีวิตครอบครัวจะง่อนแง่นมักจะล่มบ่อย ๆ

 วัย 40-50 ปี มีเพศสัมพันธ์อาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง อยู่ในเกณฑ์สมบูรณ์สูงสุด บ่อยครั้งแต่มีความสุขทุกครั้งไม่น่าจะกังวลใจ แต่ถ้าบ่อยครั้งแล้วทุกครั้งจะสร้างความรำคาญและค้างคาใจ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายหญิงค้างหรือฝ่ายชายค้างคาใจกับความสุขในการร่วมเพศ อันนี้อันตราย ควรรีบแก้ไขปรับปรุงโดยเร่งด่วน

 ยาลดความต้องการทางเพศ ของผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม ยังไม่มี และคิดว่าคงไม่มีบริษัทยาที่ไหนๆ จะคิดค้นขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะโรคประเภทนี้เป็นความสามารถเฉพาะบุคคลเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมียา ตัดใจเรื่องยาได้เลย ถ้าคนไม่เข้าใจและมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ ก็จะตอบคุณว่าให้ไปเข้าวัด นั่งฟัง เทศน์ฟังธรรมนั่งสมาธิ ตามหลักความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เป็นทางออกเลย หาทางออกด้วยการช่วยเหลือตัวเองเสียก่อน เช่น ที่คุณกำลังปฏิบัติอยู่ ก็จะช่วยลดไปแบบธรรมชาติของมันเอง ถ้าคนเรายังมีความอยากมีความต้องการอยู่ในใจ ให้ไปเข้าวัดนั่งสมาธิ ก็จะไม่ได้ ผลอย่างที่ต้องการ

 การร่วมรักย่อมมีทั้งท่าทางและวิธีตามความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ที่สมยอมด้วยกันทั้งคู่ คือ มีความสมดุลซึ่งกันและกัน โดยไม่ทำให้ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง โดนกระทำแบบบังคับจำยอมเหมือนการขืน ใจของอีกฝ่าย ที่รุนแรงบ้างสลับกับนุ่มนวลบ้าง ตราบ ใดที่ไม่รุนแรงจนชอกช้ำหรือเลือดตกยางออกก็ถือว่า เป็นเทคนิคของการมีเพศสัมพันธ์

 น้ำหล่อลื่นมีมากก็สามารถใช้กระดาษซับเป็นระยะได้ แต่ผู้ชายบางคนจะไม่ชอบ มีความรู้สึกว่าหลวมไป ทางแก้คือ ให้ฝึกขมิบกล้ามเนื้อหูรูดไม่ให้ เกินวันละ 100 ครั้งต่อวัน ปฏิบัติ 6 เดือนถึงปี จะสามารถช่วยรัดกล้ามเนื้อช่องคลอดได้แน่นขึ้นต้องพึ่งความอดทนมากแต่ก็คุ้มค่า

 


แหล่งที่มา : เดลินิวส์ วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2546

 


                

                      


 วิธีสั่งซื้อสินค้า และวิธีชำระเงินร้าน Specially   

https://www.facebook.com/hestiarth

https://www.facebook.com/messages/hestiarth

: True : 08 4099 9963 / Dtac : 08 5369 4776 / GSM: 08 5222 1376

Line ID :BussiBussa



ลำดับที่ รายการ โดย วันที่เยี่ยม อ่าน ตอบ
276 สอบถามเรื่องหมอนสุภาพครับ Jeera 2013-12-25 52 1
275 ขอสอบถาม George 2013-12-12 11 1
274 แจ้งโอนเงิน ชาพระจันทร์ยิ้ม ปณัสนันท์ 2013-10-02 101 1
273 ดื่มน้ำผลไม้กระป๋อง น้ำหวานรสชา กลิ่นชาต่างๆ , สมุนไพร น้ำอัดลม แล้วได้อะไรตอบแทน ?? specially 2013-09-12 127 0
272 “น้ำมันพืช” เลือกยังไง ใช้ยังไง specially 2013-08-26 156 0
271 การสูบบารากุนั้นเป็นเรื่องที่ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่หรือยาสู บอื่น ๆ จริงหรือไม่ ในเรื่องนี้ specially 2013-08-14 86 0
270 บารากุ คืออะไร specially 2013-08-14 141 0
269 4 คำเตือนก่อนใช้ผ้าอนามัย specially 2013-07-16 538 0
268 ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งหลอดอาหาร specially 2013-07-13 130 0
267 การรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหาร specially 2013-07-13 41 0
266 อาการของมะเร็งหลอดอาหาร specially 2013-07-13 108 0
265 รอบรู้โรคภัย : 7 ปัจจัยเสี่ยง มะเร็งหลอดอาหาร specially 2013-07-13 99 0
264 5 อาหารต้องห้ามที่ไม่ควรเลือกทานบ่อย specially 2013-07-12 621 0
263 วิจัยชี้ นั่งสมาธิช่วยรักษาโรคจิต specially 2013-07-09 157 0
262 ใครไม่ควรดื่มกาแฟบ้าง specially 2013-07-09 477 0
261 นิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง specially 2013-06-29 698 0

[ ตั้งถามใหม่ | จํานวนสมุดเยี่ยมชมทั้งหมด]


            


               

          
 

Copyright (c) 2006 by Specially For You Tel : 08 4099 9963 /08 5222 1376 /08 5369 4776 Email : specially.@rocketmail.com