SPECIALLY.THT.IN

 

  
     สาเหตุ ที่ต้องรับประทาน     ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ! 
 

 

เมนู
ลิงก์เพื่อนบ้าน

    

  
     
  

 

  

  

      
 
 

  

 

  
สมุนไพรบำรุงสุขภาพสำหรับผู้ชาย...

  
                        

        
  
เบสท์รูม ชุดเครื่องนอน ชุดผ้าปูที่นอน

ร้านขายกระเป๋า ขายกระเป๋าแฟชั่นนำเข้า ราคาไม่แพง คุณภาพดี

      

 

 วันนี้ 354 คน
 เมื่อวาน 440 คน

 เดือนนี้ 

14263 คน

เริ่มเมื่อ 2005-09-09

https://www.facebook.com/hestiarth

อาหารเสริมสุขภาพ
Food is nature's most powerful cosmetic. อาหารคือเครื่องสำอางธรรมชาติที่ดีที่สุด คนเรากินอะไรเข้าไปก็ได้ผลเห็นไปแบบนั้นนั่นแหละ กินดีผิวก็ดี ผิว ผม และ สายตาก็จะดูสดใสไปด้วย ถ้าอยากดูผิวสดใสและสุขภาพดีโดยไม่ต้องลำบากยากเย็นนักก็ลองมาปรับกันง่ายๆ ด้วยการกินอาหารให้ถูกหลักครบถ้วนน่าจะเป็นทางเลือกที่ไม่ยาก

น้ำ
น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว น้ำในที่นี้ไม่นับพวกน้ำชา กาแฟ น้ำหวาน น้ำอัดลมนะ คำว่า "น้ำ" ในที่นี้คือ H2O ถ้าเราดื่มน้ำเพียงพอ สิ่งที่เป็นประโยชน์ก็คือ
ป้องกันผิวแห้ง หรือผิวเป็นขุยๆ
 ทำให้ผิวที่ดูมีริ้วรอยอวบอิ่มขึ้น
 เล็บแข็งแรงขึ้น
 ดวงตาดูสดใสไม่เหนื่อยล้า
 เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก
 ผมดูเงางามขึ้น

ดื่มน้ำตอนไหนได้ประโยชน์สูงสุด
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า การดื่มน้ำนอกจากจะทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยังทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายของเราทำงานได้อย่างเป็นปกติดีอีกด้วย

ในทุกๆ วัน ร่างกายของเราจะต้องสูญเสียน้ำผ่านทางการหายใจ และการขับถ่ายและโดยปกติแล้ว เราจะสูญเสียน้ำจากการปัสสาวะเฉลี่ยวันละ 1.5 ลิตร และอีกเกือบ 1 ลิตรสำหรับการหายใจ ฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อเป็นการทดแทนการสูญเสียน้ำในส่วนนี้ แต่เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง ผู้ชายควรจะดื่มน้ำให้ได้วันละ 3 ลิตร ผู้หญิงวันละ 2.2 ลิตร ส่วนสาวๆสปอร์ตเกิร์ลจะต้องดื่มเพิ่มขึ้นอีกสัก 2-3 แก้ว และการดื่มน้ำก็จะต้องมีเวลาดื่มด้วยถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด ดังนี้

 ดื่มตอนตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว เพราะเป็นช่วงที่เลือดมีความเข้มข้นสูงค่ะ ฉะนั้นเลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ
 ตอนสายๆ ซัก 2 แก้ว เพราะช่วงนี้ร่างกายเริ่มมีของเสียเกิดขึ้น เนื่องจากร่างกายได้ทำงานไปได้ระยะหนึ่งแล้ว จึงควรดื่มน้ำเพื่อมาชำระของเสียเหล่านั้นออกไป
 
ตอนเย็น ดื่มอีกซัก 3 แก้ว
 ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เพื่อชะล้างสิ่งที่ตกค้างอยู่ในลำไส้และกระเพาะอาหาร และยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นด้วยแล้วล่ะก็จะยิ่งทำให้คุณ หลับได้สบายยิ่งขึ้นด้วย

ทานผลไม้ตอนไหนได้ประโยชน์สูงสุด

ผลไม้นั้นควรกินในขณะท้องว่าง ไม่ใช่เป็นของหวาน หลังอาหารอย่างที่กินกันประจำถ้ากินผลไม้ในขณะท้องว่าง มันจะช่วยเราในการล้างพิษจากร่างกาย ให้พลังงานสำหรับช่วงลดน้ำหนัก และกิจกรรมอื่นในชีวิตประจำวัน

ถ้ากินขนมปังแล้วตามด้วยผลไม้ ถ้าทำอย่างนี้ขอให้เปลี่ยนพฤติกรรม เนื่องจากผลไม้ย่อยได้เร็วกว่าขนมปัง ชิ้นผลไม้จะถูกย่อยอย่างรวดเร็ว และพร้อมที่ผ่านกระเพาะไปสู่ลำไส้ แต่เส้นทางของมันถูกขวางไว้โดยขนมปัง ซึ่งใช้เวลาย่อยนานกว่า

 

องุ่น 
เป็นผลไม้ที่ให้พลังงาน ช่วยชะล้างทำความสะอาดอวัยวะภายใน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นไข้ โรคโลหิตจาง ร่างกายอ่อนเพลีย โรคไขข้ออักเสบ และโรคเกาต์  การอดอาหารเพื่อล้างพิษด้วยการรับประทานองุ่นเพียงอย่างเดียวจะช่วยบำบัดโรคผิวหนัง โรคทางเดินปัสสาวะ โรคไขข้ออักเสบ โรคเกาต์ สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักจะใช้วิธีการอดอาหารเพื่อล้างพิษ โดยรับประทานองุ่นเพียงอย่างเดียวทุกๆ 10 วันก็ได้ผลดีเช่นกัน ควรล้างองุ่นให้สะอาดเพราะมีสารจากยาฆ่าแมลงอยู่มาก

แอปเปิล
ชาวตะวันตกตระหนักในคุณค่าทางอาหารของแอปเปิลเป็นอย่างมาก ถึงกับมีคำกล่าวที่ว่า " หากคุณสามารถปลูกต้นไม้ไว้ในสวนได้ เพียง 1 ต้น ก็ควรจะปลูกแอปเปิล " แอปเปิลมีประโยชน์ต่อหัวใจ สารเพกตินและไวตามินซีในแอปเปิลจะช่วยให้ระดับโคเลสเตอรอลอยู่ในระดับคงที่ จากการศึกษายังพบว่าสารเพกตินช่วยปกป้องเราจากมลภาวะต่างๆ ช่วยขับสารตะกั่ว และโลหะอื่นๆ ที่ร่างกายไม่ต้องการออกไป กรกมาลิกและกรดทาทาริกในแอปเปิลช่วยระบบการหายใจ และยังช่วยขจัดโปรตีนและไขมันส่วนเกินในร่างกายจึงนำแอปเปิลไปปรุง กับอาหารหลายๆชนิด เช่น แอปเปิลกับหมู แอปเปิลกับเนยแข็ง
แอปเปิลยังมีประโยชน์มากกับผู้ป่วยโรคไขข้อและเกาต์ ผู้ป่วยโรคเหล่านี้   ควรทานแอปเปิลสดเพียงอย่างเดียวสัก 1 ถึง 2 วัน เป็นการอดอาหาร ( fast ) เพื่อให้ร่างกายขับของเสียและสารพิษออกมา จากการวิจัยของฝรั่งเศสพบว่าการทาน แอปเปิลวันละ 2 ผล จะช่วยลดโคเลสเตอรอลลงได้ 10% ควรรับประทานแอปเปิลทั้งเปลือก เพราะสารเพกตินที่ช่วยลด    โคเลสเตอรอลอยู่ที่เปลือก

อโวคาโด
ผลอโวคาโดอุดมไปด้วยไขมัน และมีแคลอรีสูง แต่ก้เป็นอาหารที่มีประดยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะมีโพแทสเวียมสูง หากร่างกาย   ขาดโพแทสเซียมจะทำให้อ่อนเพลีย มีอาการหดหู้ และระบบทางเดินอาหารบกพร่อง อโวคาโดยังอุดมไปด้วยไวตามินเอ ไวตามินบีรวม ไวตานซีเล็กน้อย และไวตามินอี อโวคาโดเหมาะกับผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นไข้ สตรีที่รับประทานอโวคาโดจะช่วยให้ผิวพรรณสวยเพราะอโวคาโดจะช่วยลดอนุมูลอิสระ ไขมันจากผลอโวคาโดย่อยง่าย จากการวิจัยพบว่า เนื้อผลอโวคาโดมีสารต่อต้านแบคทีเรียด้วย

อัลมอนด์
อัลมอนด์อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน และเกลือแร่ หากรับประทานอัลมอนดืกกับน้ำที่มีไวตามินซีสูงจะช่วยให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น อัลมอนด์มีโปรตีนสูงถึง 20% เทียบกับน้ำหนักที่เกันแล้ว มีโปรตีนสูงกว่าไข่ถึง 3 เท่า น้ำอัลมอนด์ย่อยง่าย จึงเหมาะกับผู่ป่วยโรค ทางเดินอาหารเราสามารถทำน้ำอัลมอนด็ได้เอง โดยนำอัลมอนด็ 50 กรัม แช่ในน้ำอุ่น 2 ออนซ์ จากนั้นลอกเปลือกออก และนำไปบดหรือปั่นให้ละเอียด เติมน้ำ 1 ลิตร นำไปต้ม เติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ นำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง แค่นี้ก็จะได้น้ำอัลมอนด์แสนอร่อย

แอพริคอต
แอพริคอตอุดมด้วยเบตาแคโรทันซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในผักผลไม้สีเหลืองส้ม สียิ่งจัดเท่าไรก็จะมีเบตาแคโรทีนมากเท่านั้น ซึ่งเหมาะสำหรับผู่ป่วยโรคติดเชื้อ เช่น ผู้ป่วยระบบทางเดินปัสสาวะ หรือผู้ป่วยโรคมะเร็ง แอพริคอตแห้งมีเหล็กมาก ก่อนรับประทานควรนำไปล้างด้วยน้ำอุ่นเพื่อล้างเอาซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกเสียก่อน

 

มังคุดทำลายเซลล์มะเร็ง 
มังคุดก็สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้

นักวิทยศาสตร์ ได้ศึกษาสารสกัดจากเปลือกมังคุดพบฤทธิ์จู่โจมเฉพาะเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยไม่สร้างความเสียหายให้เซลล์ดีที่อยู่รายรอบผลการทดลอง สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี แม้จะใช้เพียงเล็กน้อยเพียง 4 มิลลิกรัมก็ตามสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่นำมาใช้ในการศึกษานี้ ได้รับการสนับสนุนจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยการทดสอบพบว่า สารสกัดในปริมาณ 4 มิลลิกรัม ดังกล่าว สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้กว่า 50% ของเซลล์มะเร็งทั้งหมด และจากการขยายผลนำสารสกัดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งอื่น ก็พบว่าสามารถออกฤทธิ์ดีในการทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้และเซลล์มะเร็งตับรู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานมังคุดกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี

 

กินแอปเปิ้ลวันละลูกไม่ต้องหาหมอ หนีห่างไกล โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 
 
นักวิทยาศาสตร์เมืองเบียร์ได้พิสูจน์ให้เห็นคำกล่าวที่ว่า กินแอปเปิ้ลวันละลูกไม่ต้องไปหาหมอให้เห็นอีกครั้งหนึ่ง โดยได้แสดงให้ เห็นว่าการกินแอปเปิ้ล จะช่วยไม่ให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

คณะนักวิจัยของ ดร.ปีเตอร์ ชเรนค์ ได้พบว่าทั้งแอปเปิ้ลและน้ำแอปเปิ้ลคั้น จะช่วยส่งเสริมการทำหน้าที่ทางชีววิทยา โดยการสร้างสารประกอบต่อต้านมะเร็ง ขณะเกิดขบวนการหมัก

รายงานผลการวิจัย ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ “โภชนาการ” แสดงว่าสารเพคตินในแอปเปิ้ล และในน้ำแอปเปิ้ลคั้น มีสรรพคุณต่อต้านมะเร็งของลำไส้ใหญ่สารนั้น คือบิวตี้เรตเป็นกรดไขมันข้อสั้น ช่วยบำรุงเยื่อบุผิวลำไส้ใหญ่แล้วยังเชื่อว่ามันยังมีบทบาทสำคัญในฐาน เป็นกากใยธรรมชาติต่อต้านมะเร็งของลำไส้ใหญ่อีกด้วย

นักวิจัยได้กล่าวสรุปว่า“แอปเปิ้ลเป็นแหล่งกากใยธรรมชาติสำคัญในอาหารแบบตะวันตก ผลไม้ซึ่งมีสารเพคตินอยู่มากชนิดนี้คาดหวังได้ว่ามันจะมีผลกับการต่อต้านมะเร็งในลำไส้  

 

ยิ่งเผ็ดยิ่งดี

สารให้ความเผ็ดที่เรียกว่า "แคปไซซิน" ในพริกป่นมีคุณสมบัติช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้โดยไม่ทำลายเซลล์ดีในร่างกายผู้หญิงทำงานที่นั่งหรือยืนทำงานทั้งวันจนปวดหลัง ควรจะทานพริกป่นมากๆ เพราะพริกป่นมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยที่กล้ามเนื้อหลังได้

ขณะนี้กำลังมีการวิจัยเพื่อเอาพริกป่นมาใช้ลดความอ้วน เพราะสารบางตัวในพริกป่น สามารถปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติได้ จึงดีสำหรับสาวๆ ทีกำลังไดเอท ซึ่งต้องงดทานอาหารประเภทแป้ง และคาร์โบไฮเดรต ซึ่งอาจมีผลให้ระดับน้ำตาลไม่เลือดไม่สมดุล

ในพริกป่นมีสารที่ช่วยกระตุ้นให้กระบวนการทำความสะอาดตัวเองของร่างกายทำงาน คนที่ทานพริกป่นมากๆ จึงเหมือนได้ทำดีท็อกซ์ไปในตัว นอกจากนี้พริกป่นช่วยไม่ให้เมือกเสียๆ มาจับตัวกันภายในส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย

ความเผ็ดของพริกช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิต ขับเหงื่อ และทำให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น ที่สำคัญยังกระตุ้นระบบเมตาบอลิสซึ่ม หรือระบบเผาผลาญอาหารให้ทำงาน ทำให้ไขมันไม่จับตัวอยู่ในร่างกาย เป็นการตัดโอกาสของโรคอ้วนไปในตัว

5 สิ่งน่ารู้เกี่ยวกับพริกป่น

การค้นพบนี้ต่างประเทศเขาตื่นเต้นกันยกใหญ่ เสียแต่เขามีข้อจำกัดที่แพ้รสเผ็ดร้อนของพริกกัน ซึ่งเทียบกับเราแล้วถือว่าได้เปรียบมาก

1. ในพริกป่นมีทั้งรสและกลิ่นเผ็ดร้อนที่ช่วยให้เกิดอาการตื่นตัว ซึ่งส่วนประกอบในพริกที่ทำเรารู้สึกอย่างนั้นก็คือ capsaicin

2. มีการศึกษาพบว่า capsaicin ในพริกมีความสามารถในการกำจัดเซลล์มะเร็ง โดยไม่ทำลายเซลล์ดีภายในร่างกาย ซึ่งอีกไม่นานจะมีการแนะนำให้ใช้ capsaicin ในการรักษามะเร็ง นับเป็นการบำบัดแบบใหม่ที่มีทิศทางที่ดีในอนาคต

3. พริกป่นมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ของกล้ามเนื้อหลังได้ดี คุณสามารถบำบัดอาการปวดเมื่อย ได้ที่บ้านด้วยการใช้พริกป่นใส่ลงในอาหารที่รับประทาน

4. พริกป่นช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติหลังจากมื้ออาหารที่คุณตัดลดคาร์โบไฮเดรตลงไป เพราะฉะนั้นจึงมีการศึกษาเพื่อจะใช้พริกป่นมาช่วยในการบำบัดรักษาโรคอ้วนอยู่ในขณะนี้

5. ส่วนผสมอันดับหนึ่งที่ช่วยในการทำความสะอาด หรือดีท็อกซ์ร่างกายก็คือพริกป่น เพราะในพริกป่นมีสารที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการทำความสะอาดร่างกายด้วยตัวเอง ทั้งยังช่วยยับยั้งเมือกที่จับอยู่ภายในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

อาหารบำรุงผิว
ผิวที่สวยงามจะต้องมีความยืดหยุ่น และแข็งแรง นอกจากนั้นผิวของเรายังต้องการสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อป้องกันการทำลายผิวจากมลพิษรอบตัว รวมทั้งรังสียูวีด้วยค่ะ
 องุ่นสีม่วง องุ่นม่วงมีสารแอนไทออกซิเด้นที่ชื่อว่า proanthocyanidins มีวิตามิน C และ E มาก
 น้ำมันมะกอก มีวิตามิน E อยู่ในปริมาณมาก ซึ่งวิตามินอีนี้ จะช่วยทำให้ยืดอายุของคอลาเจนใต้ผิวเรา
 มะเขือเทศ มีทั้งวิตามินซี และ lycopene ซึ่งเป็นสารต้านอนุมลอิสระ และป้องกันผิวเสียจากรังสียูวี

อาหารบำรุงผม
สิ่งที่ทำให้ผมแข็งแรงและสุขภาพดีก็คือ โปรตีน ช่วยเรื่องโครงสร้าง, fatty acids ทำให้ผมเงา, วิตามินบี5 ทำให้ผมดูดำ หรือสีเข้มสวย 
 ไข่ เต็มไปด้วยโปรตีนซึ่งจะทำให้ผมเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง ควรกินตอนเช้านะคะ
 ปลาที่มีไขมันมาก เช่นพวกแซลม่อน ทูน่า หรือปลาทู เพราะว่าปลาพวกนี้มีไขมันซึ่งซึ่งบำรุงผมและหนังศรีษะเป็นอย่างดี ควรกินอย่างน้อย 2 มื้อต่อสัปดาห์
 อโวคาโด้ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินบี 5 เยอะมาก ซึ่งช่วยชะลอการเกิดผมหงอกได้ค่ะ

อาหารบำรุงตา
อยากตาสวยตาใส ต้องทาอาหารที่มี เบต้าแคโรทีน เบต้าแคโรทีนเมื่อเข้าไปในร่างกายจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นวิตามินเอ ช่วยในการมอง ผลข้างเคียงก็คือ โอกาสเกิดตีนกาก็น้อยลง ถ้าคนเรามองเห็นอะไรได้ง่ายขึ้นชัดขึ้น เราก็ไม่ต้องทำตาหยีบ่อยๆ ไม่ต้องทำตายิบหยีบ่อยๆ ผิวรอบตาก็ไม่ถูกรั้งถูกย่นมาก
 สปีนิช มีสาร lutein ซึ่งทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระและป้องกันโรคที่เกิดกับตา ป้องกันการทำลายเรติน่าจากรังสียูวี ผักอื่นที่มีสาร lutein ก็ได้แก่ broccoli, ถั่ว และ ข้าวโพด
 แครอท เต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีน แต่ว่าอย่างลืมว่าต้องทำแครอทให้สุกก่อนนะคะ จะได้ผลดีกว่าดิบๆ

ฟันขาวสวยแข็งแรง
ฟันคนจะสวยแข็งแรงก็ด้วย แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส และ ฟลูออไรด์
 นม มีแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส ซึ่งทำให้ฟันแข็งแรง นอกจากนั้นนมยังปกป้องฟันจากแบคทีเรียได้อีกด้วย ควรดื่มนมวันละ 1 ไพนท์ต่อวัน(ประมาณแก้วครึ่ง)
 เนยแข็ง เชดด้า เชดด้าชีสจะเพิ่มปริมาณน้ำลายในปากคุณ เราควรกินหลังอาหารเพราะว่าจะทำให้กรดในปากถูกเจือจางลง ป้องกันฟันผุกร่อน
 ชา ในชามีฟลูออไรด์ เพิ่มความแข็งแกร่งทนทานให้กับฟัน

 

อาหารสดๆ ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปส่งผลดีต่อสุขภาพ และอาหารบางชนิดยังเปรียบเสมือนยารักษาโรคได้อีกด้วย แต่สิ่งสำคัญคือการรู้จักเลือกอาหารที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพดี อ่อนเยาว์ และอายุยืนนาน จึงขอแนะนำพืชผักผลไม้ที่หาได้ง่าย และช่วยบำรุงสุขภาพให้มีแรงต้านทานโรคได้ด้วย

 กล้วย  มีคาร์โบไฮเดรตที่ช่วยกระตุ้นร่างกายให้ผลิตอินซูลิน ซึ่งจะให้น้ำตาลแก่เซลล์ต่างๆ และให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยเฉพาะนักกีฬา ต้องการอาหารที่จำเป็นนี้ ในกล้วยมีแมกนีเซียมเป็นจำนวนมาก ซึ่งนักกีฬาจำเป็นต้องใช้เมื่อเหงื่อออกมากๆ และต้องใช้กล้ามเนื้อในการออกกำลัง นอกจากนี้โปตัสเซียมในกล้วยยังทำให้คลายเครียดได้

 บร็อคโคลี่ มีวิตามินซีและแคลเซียม ซึ่งจะช่วยให้กระดูกแข็งแรง นอกจากนี้วิตามินบีในบร็อคโคลียังช่วยกระตุ้นให้มีการเผาผลาญพลังงาน และมีสารอาหารจำเป็นที่จะช่วยป้องกันมะเร็ง ในขณะเดียวกันมันยังช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย และช่วยขับคอเลสเตอรอล ส่วนกรดโฟลิกในบร็อคโคลี่มีความจำเป็นสำหรับสตรีมีครรภ์ จำเป็นต้องได้รับกรดโฟลิกมากเป็นพิเศษ ในการปกป้องทารกในครรภ์

 พริก สีเขียว สีแดง สีเหลือง สีส้มมีรสเผ็ด แต่มีประโยชน์เหลือหลาย มันช่วยให้ร่างกายผลิตเหงื่อน้ำตา และช่วยกระตุ้นให้มีการผลิตเยื่อต่างๆ ช่วยให้จมูกโล่ง และลดอาการหวัด ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยฆ่าแบคทีเรีย ช่วยลดความเจ็บปวดในกรณีที่ยังไม่ค้นพบสาเหตุของอาการนั้นๆ

 ถั่วลันเตา ช่วยในการย่อยอาหาร และรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล นอกจากนี้ถั่วลันเตายังมีวิตามินบี 1 ซึ่งจะช่วยลดความเครียด มีโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และกากใยเป็นจำนวนมาก และมีไขมันน้อย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ผุ้ที่มักมีปัญหาท้องขึ้น ไม่ควรกินถั่วต้มกับน้ำ แต่ให้กินสดๆ

 สตรอว์เบอร์รี่ มีธาตุเหล็กมากกว่าบีทรูด และมีวิตามินซีมากกว่ามะนาว ซึ่งวิตามินซีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น นอกจากนี้สีแดงของสตอว์เบอร์รี่ ยังช่วยป้องกันมะเร็ง และช่วยรักษาผู้ป่วยโรคไขข้อได้อีกด้วย แต่ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ต้องระวัง เพราะสีแดงของสตอว์เบอร์รี่ มักทำให้เกิดผื่นและลมพิษ

 ผักกะหล่ำเขียว เป็นดาราของผักทั้งหลาย ที่มีวิตามินและเกลือแร่มากมาย ช่วยป้องกันโรคในยุคโลกาภิวัฒน์ เช่น มะเร็ง โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดแดง ท้องผูก ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี และเยื่อบุต่างๆ ทำงานได้ดี นอกจากนี้กะหล่ำเขียวยังช่วยฟื้นฟูความอ่อนเพลีย และสมาธิอ่อนแอ

 ข้าวโอ๊ต ให้พลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แถมยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และกากใยของข้าวโอ๊ตยังช่วยลดปัญหาท้องผูก ป้องกันโรคริดสีดวงทวาร 
 
 ขิง ช่วยยับยั้งการอักเสบโรคปวดตามข้อ ป้องกันอาการคลื่นเหียนได้อีกด้วย

 แครอต มีเบต้าแคโรทีน เป็นจำนวนมากซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยในการมองเห็นและป้องกันมะเร็ง ป้องกันโรคไขข้อและเส้นเลือดตีบตัน

 มะม่วง มีแคโรตินอยด์มากซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ และมีประโยชน์ต่อผิวในการป้องกันผิวเสียจากแสงแดด

10 เคล็ดลับความงามจากธรรมชาติ

1. สตรอว์เบอร์รี่ เพื่อผิวสะอาดหมดจด
ประโยชน์ : สตรอว์เบอร์รี่อุดมด้วยวิตามินและกรดเอเอชเอธรรมชาติ ซึ่งสามารถช่วยปรับสภาพผิวและลดการอุดตันของรูขุมขนได้ดี
วิธีใช้ : ผสมสตรอว์เบอร์รี่ 2-3 ผลกับน้ำมะนาว นำมานวดให้ทั่วใบหน้า แล้วจึงล้างออก

2. ส้ม เพื่อกระชับรูขุมขน
ประโยชน์ : วิตามินและกรดธรรมชาติในส้มจะช่วยสมานและกระชับผิว
วิธีใช้ : ผสมน้ำส้มสด 2-3 หยดกับน้ำแร่ จากนั้นนำสำลีมาชุบแล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้าเหมือนโทนเนอร์ทั่วไป

3. ผักกาดแก้ว เพื่อผิวกระจ่างใส
ประโยชน์ : ผักกาดแก้วช่วยลดการอักเสบของผิวและช่วยให้ผิวเนียนนุ่มขึ้น
วิธีใช้ : นำผักกาดแก้ว (4 ใบ) มาต้มประมาณ 10 นาที ทิ้งให้เย็นแล้วกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นำสำลีมาชุบน้ำที่กรองไว้ เช็ดให้ทั่วใบหน้าเหมือนโทนเนอร์ทั่วไป

4. แอปริคอต เพื่อแก้มใสเปล่งปลั่ง
ประโยชน์ : แอปริคอตอุดมด้วยวิตามินเอจึงช่วยให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง
วิธีใช้ : นำแอปริคอตสุกมาบดให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก ใช้เหมือนเจลหรือครีมมาสก์หน้าทั่วไป

5. มะนาว เพื่อปรับสภาพผิวหน้าอก
ประโยชน์ : กรดธรมชาติและสารฟลาโวนอยด์ในมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าออกและกระชับผิวให้ตึงขึ้น
วิธีใช้ : นวดหน้าอกด้วยน้ำมะนาวทุกเย็น

6. แครอต เพื่อยืดอายุผิวสีแทน
ประโยชน์ : แครอตมีสารเบต้าแคโรทีนและแอนตี้ออกซิแดนต์สูง จึงช่วยรักษาสภาพและสีผิวอยางผิวสีแทนหลังอาบแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีใช้ : ละลายวาสลีน 10 กรัม ในน้ำมันจมูกข้าวสาลี (wheat germ) ที่ตั้งไฟจนร้าน จากนั้นเติมน้ำแครอต (4 หัว) ลงไป คนให้เข้ากันแล้วรินใส่ภาชนะเก็บไว้ นำมาทาผิวกายและผิวหน้าให้ทั่ววันละ 1 ครั้งเหมือนครีมบำรุงผิวทั่วไป

7. เกลือ เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ
ประโยชน์ : เกลือมีสารไอโอดีน ทองแดง และสังกะสี ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้าให้กลับมากระชับและแข็งแรงเหมือนเดิม
วิธีใช้ : ละลายเกลือทะเล 1 กำมือลงในอ่างอาบน้ำแล้วลงไปแช่ทั้งตัวหรือจะแช่เฉพาะมือและเท้าก็ได้

8. น้ำผึ้ง เพื่อลดรอยคล้ำรอบดวงตา
ประโยชน์ : น้ำผึ้งมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรียและบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม
วิธีใช้ : ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนกาแฟ กับน้ำแร่งอุ่นๆ ครึ่งแก้ว จากนั้นใช้สำลีชุบแล้วนำมาวางบนผิวบริเวณรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที

9. มันฝรั่ง เพื่อลดถุงใต้ตา
ประโยชน์ : สตาร์ช (Starch) หรือสารสีขาวจำพวกคาร์โบไฮเดรตที่พบได้ในข้าว ข้าวโพด หรือมันฝรั่ง จะช่วยลดการอักเสบของผิวได้
วิธีใช้ : หั่นมันฝรั่งเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วพอกไว้หนาๆ บริเวณใต้ดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น

10. กล้วย เพื่อผมนุ่มสลวย
ประโยชน์ : กล้วยอุดมไปด้วยกลูไซด์ซึ่งช่วยบำรุงผิวรวมทั้งเส้นผมด้วย
วิธีใช้ : ผสมกล้วยสุกกับน้ำมันอัลมอนด์ 2-3 หยด นำมาชโลมให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วจึงล้างออก

 

 

                

                      


 วิธีสั่งซื้อสินค้า และวิธีชำระเงินร้าน Specially   

https://www.facebook.com/hestiarth

https://www.facebook.com/messages/hestiarth

: True : 08 4099 9963 / Dtac : 08 5369 4776 / GSM: 08 5222 1376

Line ID :BussiBussa



ลำดับที่ รายการ โดย วันที่เยี่ยม อ่าน ตอบ
276 สอบถามเรื่องหมอนสุภาพครับ Jeera 2013-12-25 52 1
275 ขอสอบถาม George 2013-12-12 12 1
274 แจ้งโอนเงิน ชาพระจันทร์ยิ้ม ปณัสนันท์ 2013-10-02 101 1
273 ดื่มน้ำผลไม้กระป๋อง น้ำหวานรสชา กลิ่นชาต่างๆ , สมุนไพร น้ำอัดลม แล้วได้อะไรตอบแทน ?? specially 2013-09-12 127 0
272 “น้ำมันพืช” เลือกยังไง ใช้ยังไง specially 2013-08-26 156 0
271 การสูบบารากุนั้นเป็นเรื่องที่ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่หรือยาสู บอื่น ๆ จริงหรือไม่ ในเรื่องนี้ specially 2013-08-14 86 0
270 บารากุ คืออะไร specially 2013-08-14 141 0
269 4 คำเตือนก่อนใช้ผ้าอนามัย specially 2013-07-16 538 0
268 ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งหลอดอาหาร specially 2013-07-13 130 0
267 การรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหาร specially 2013-07-13 41 0
266 อาการของมะเร็งหลอดอาหาร specially 2013-07-13 108 0
265 รอบรู้โรคภัย : 7 ปัจจัยเสี่ยง มะเร็งหลอดอาหาร specially 2013-07-13 99 0
264 5 อาหารต้องห้ามที่ไม่ควรเลือกทานบ่อย specially 2013-07-12 621 0
263 วิจัยชี้ นั่งสมาธิช่วยรักษาโรคจิต specially 2013-07-09 157 0
262 ใครไม่ควรดื่มกาแฟบ้าง specially 2013-07-09 477 0
261 นิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง specially 2013-06-29 699 0

[ ตั้งถามใหม่ | จํานวนสมุดเยี่ยมชมทั้งหมด]


            


               

          
 

Copyright (c) 2006 by Specially For You Tel : 08 4099 9963 /08 5222 1376 /08 5369 4776 Email : specially.@rocketmail.com